Browsed by
Category: BLOG

รู้จักเกาะเดะจิมะ เกาะที่สร้างโดยมนุษย์ในสมัยเอโดะ ที่เมืองนางาซากิ

รู้จักเกาะเดะจิมะ เกาะที่สร้างโดยมนุษย์ในสมัยเอโดะ ที่เมืองนางาซากิ

เมื่อหลายปีก่อนมีกระแสของภาพยนตร์ไทยที่ไปถ่ายทำในญี่ปุ่น เรื่อง “ฮาชิมะ โปรเจกต์ ไม่เชื่อต้องลบหลู่” ซึ่งนำแสดงโดยไมค์-พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล คนไทยจึงได้รู้จักจักเกาะที่สร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ที่มีเรื่องเล่าสุดหลอนอย่างเกาะฮาชิมะในจังหวัดนางาซากิ ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะคิวชู

แต่รู้หรือไม่ว่า เกาะที่สร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ในจังหวัดนางาซากินั้น ไม่ได้มีเพียงแต่เกาะฮาชิมะเท่านั้น แต่ยังมีอีกหนึ่งเกาะที่สร้างโดยมนุษย์และมีความสำคัญกับประวัติศาสตร์การค้าของญี่ปุ่นอย่างมาก นั่นก็คือ เกาะเดะจิมะ ที่เราจะกล่าวถึงในวันนี้ค่ะ

ต้นกำเนิดเกาะเดะจิมะ : ประตูสู่ยุโรปของญี่ปุ่น

ในปี 1543 กลุ่มพ่อค้าชาวโปรตุเกส เป็นชาวต่างชาติกลุ่มแรกๆ ที่เข้ามาทำการค้าขายในญี่ปุ่น โดยพื้นที่ที่เริ่มเปิดทำการค้าแห่งแรกคือ เกาะทาเนกาชิมะ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะคิวชู และต่อมาก็ได้ย้ายไปตั้งหอการค้าโปรตุเกสอยู่ที่เมืองฮิราโดะ

6 ปีต่อมา ฟรานซิส ซาเวีย มิตชันนารีแห่งคณะเยซูอิต ก็ได้มาทางมาถึงคาโกชิมะ เพื่อเผยแพร่ศาสนาคริสต์ จนในปี 1570 ไดเมียว โอมุระ สุมิทาดะ ก็เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก และทำข้อตกลงกับชาวโปรตุเกสเพื่อพัฒนาชายฝั่งของเมืองนางาซากิ และไม่นานก็มีการเปิดท่าเรือโยโกเสะอุระ เพื่อทำการค้าระหว่างประเทศ ต่อมาในปี 1580 ไดเมียวโอมุระ สุมิทาดะ ได้มอบอำนาจโดยพฤตินัยให้กลุ่มเยซูอิตและชาวโปรตุเกสในการผูกขาดการค้าขายผ้าไหมกับจีนโดยผ่านทางมาเก๊า

ในปี 1634 โชกุนโตกุกาวะ อิเอมิซึ โชกุนคนที่ 3 แห่งตระกูลโตกุกาวะ ได้สั่งให้มีการสร้างเกาะเดะจิมะขึ้นมา โดยการถมทะเลเป็นเกาะรูปพัดบริเวณอ่าวนางาซากิ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 15,000 ตารางเมตร เพื่อกำจัดกลุ่มพ่อค้าชาวโปรตุเกส และสอดส่องการค้าขาย อีกทั้งยังเป็นการป้องกันการเผยแพร่ศาสนาคริสต์โดยกลุ่มมิตชันนารีชาวโปรตุเกสในแผ่นดินญี่ปุ่นอีกด้วย

ในปี 1641 หอการค้าของชาวโปรตุเกสที่ฮิราโดะก็ถูกย้ายตามไปยังเกาะเดะจิมะ และเป็นสถานที่แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่สามารถทำการค้ากับตะวันตกได้ในเวลานั้น และเป็นเวลากว่า 200 ปี ที่ชาวโปตุเกสบนเกาะเดะจิมะไม่ได้ให้อนุญาติให้ข้ามมายังเมืองนางาซากิ ในขณะที่ชาวญี่ปุ่นเองก็ไม่ได้รับอนุญาติให้ข้ามไปยังเกาะเดะจิมะ ยกเว้นเหล่าหญิงโสเภณีจากโรงน้ำชาในเมืองนางาซากิเท่านั้น

ในสมัยของโชกุนโตกุกาวะ โยชิมุเนะ ได้มีการผ่อนปรนข้อกำหนดนี้ เพื่อให้เหล่าซามูไรญี่ปุ่นสามารถเข้าไปเรียนรู้วัฒนธรรมต่างชาติที่เกาะเดะจิมะได้ เกาะเดะจิมะจึงเริ่มเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่นทั่วไปในฐานะศูนย์กลางทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์

วัฒนธรรมและอาหารต่างชาติจึงค่อยๆ เริ่มเป็นที่นิยมในญี่ปุ่นผ่านเหล่าซามูไรที่เข้าไปเรียนรู้ ไม่จะเป็นแบดมินตัน บิลเลียด กาแฟ เปียโน กะหล่ำปลี มะเขือเทศ หรือแม้แต่ของหวานอย่างช็อคโกแลต เป็นต้น

การถือกำเนิดของบริษัท Dutch East India Company

ในปี 1598 กองเรือสินค้าที่ดูแลโดยกลุ่มพ่อค้าในอัมสเตอร์ดัมและรอตเทอร์ดัมได้ออกมาเดินมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเริ่มทำการค้าขายเครื่องเทศในพื้นที่ของบันดุงและอัมบอยนิน

ในปี 1692 หลายๆ บริษัทต้องเผชิญกับการแข่งขันทางการค้าและผลกำไรที่ลดลง จึงได้รวมตัวกันก่อตั้งเป็นบริษัทใหม่ชื่อว่า United East India Company ซึ่งบริษัทได้รับอนุญาติให้ทำการค้าตั้งแต่แหลมกู๊ดโฮป (The Cape of Good Hope) ไปจนถึงช่องแคบแมกเจแลน (The Strait of Megellan) และได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษจากรัฐบาล ซึ่งนั่นหมายถึงบริษัทจะได้รับอำนาจเต็มในการลงนามสนธิสัญญา การใช้อำนาจทางการทหาร การออกเงินตรา รวมไปถึงการแต่งตั้งเลขาธิการท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ตุลาการอีกด้วย

นี่คือความยิ่งใหญ่ของ United East India Company ก่อนที่จะแล่นเรือเข้ามายังท่าเรือนางาซากิ เพื่อทำการค้าที่เกาะเดะจิมะ

การค้าบนเกาะเดะจิมะ

ตั้งแต่ปี 1621 -1847 มีเรือสินค้าของโปรตุเกสเข้าเทียบท่าที่ญี่ปุ่นกว่า 700 ลำ ในช่วงกลางสมัยเอโดะ สินค้าดังกล่าวมักจะแล่นมาจาก “ปัตตาเวีย” เมื่องที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการค้าและการปกครองของดัตช์ในหมูเกาะอินดีสตะวันออก ซึ่งก็คือหมู่เกาะอินโดนีเซีย และปัตตาเวียก็คือกรุงจาการ์ตา เหมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบันนั่นเอง

สินค้านำเข้าที่สำคัญได้แก่ ผ้าฝ้าย ผ้ากำมะหยี่ พริกไทย น้ำตาล เครื่องแก้ว และหนังสือ ในขณะที่สินค้าที่ส่งออกของญี่ปุ่นในขณะนั้นได้แก่ ทองแดง การบูร เซรามิก และเครื่องเคลือบ

บริษัท Dutch East India Company  ถูกบังให้เลิกกิจการ

การค้าระหว่างเนเธอแลนด์และญี่ปุ่นเริ่มแผ่วลงในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 สาเหตุก็มาจากกาารใช้นโยบายคุ้มกันทางการค้าของโชกุนโตกุกาวะ ซึ่งในช่วงแรกนั้นสามารถทำการค้าได้อย่างไม่มีข้อจำกัด แต่ภายหลังจากปี 1685 การค้ากับเนเธอแลนด์นั้นถูกจำกัดไว้ที่ 30,000 Kame ( 1 Kame เท่ากับ 3.75 กิโลกรัม)  ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 1715 เรื่องสินค้าของดัตช์ยังถูกจำกัดให้เข้าเทียบท่าได้เพียงแค่ 2 ลำ/ปี จนปี 1790 ก็ถูกจำกัดให้เหลือเพียง 1 ลำ/ปี และปริมาณสินค้าถูกลดจำนวนลงจาก 30,000 Kame เหลือเพียง 700 Kame เท่านั้น ในขณะเดียวกันการบริหารกิจการของ Dutch East India Company ก็ค่อยๆ อ่อนแอลง ซึ่งเป็นผลมาจากการปฏิวัติฝรั่งเศสในปี 1789 ทำให้เนเธอร์แลนด์เองก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ในปี 1795 กองกำลังปฏิวัติฝรั่งเศสได้เข้ายึดครองเนเธอแลนด์และก่อตั้งสาธารณรัฐปัตตาเวีย (Republic of Batavia) ขึ้น และต่อมาในปี 1799 บริษัท Dutch East India Company ก็ถูกบังคับให้ปิดกิจการ

จุดจบของเกาะเดะจิมะมาถึง เมื่อญี่ปุ่นถูกบังคับให้เปิดประเทศ

ผลจากความพ่ายแพ้ในสงครามฝิ่น จีนถูกบังคับให้มอบเกาะฮ่องกงได้แก่อังกฤษ และบังคับให้เปิดท่าเรือ 5 แห่ง ซึ่งรวมไปถึงกวางโจวและเซี่ยงไฮ้ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสิทธิสัญญานานกิง (The Treaty of Nanjing)

ข่าวคราวของสงครามฝิ่นแพร่ไปถึงเมืองนางาซากิของญี่ปุ่นผ่านทางชาวดัตช์ ที่ได้เข้ายื่นจดหมายให้แก่โชกุนโตกุกาวะแห่งญี่ปุ่น เพื่อแนะนำให้ทำการเปิดประเทศ

ทูตอเมริกันได้เดินทางมาเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในปี 1846 และต่อมา พลเรือจัตวาแมทธิว เพอร์รี่ (Commodore Matthew Perry) ก็ได้เดินทางไปถึงอุรากะ (Uraga) ในปี 1853 และเกิดสนธิสัญญาฉบับแรกระหว่างอเมริกาและญี่ปุ่นขึ้น ชื่อว่าสนธิสัญญาไมตรีญี่ปุ่น-อเมริกัน (The Japanese-American Treaty of Amity)

ต่อมาในปี 1856 ทูตอเมริกันนามว่า ทาวน์แซนด์ แฮร์ริส (Townsend Harris) ได้เดินทางมายังญี่ปุ่นเพื่อเจรจาเกี่ยวกับสนธิสัญญาทางการค้า โชกุนโตกุกาวะแห่งญี่ปุ่นเองก็รับรู้ถึงอำนาจทางการทหารที่น่ากลัวของอเมริกา จึงยอมลงนามในสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์ (The US-Japan Treaty of Amity and Commercein) ในปี 1858 และถือเป็นการสิ้นสุดนโยบายโดดเดี่ยวตัวเองของญี่ปุ่น (Japan’s Isolation Policy) อย่างเป็นทางการ

การปิดโรงงานของดัตช์

ข้อจำกัดต่างๆ ของชาวดัตช์ในเกาะเดะจิมะถูกยกเลิกไปโดยสนธิสัญญาไมตรีระหว่างญี่ปุ่นและเนเธอร์แลนด์ที่ลงนามในปี 1856 และผลจากสนธิสัญญา Ansei – Five Power Treaties ระหว่างญี่ปุ่น และมหาอำนาจทั้ง 5 อันได้แก่ อเมริกา อังกฤษ รัสเซีย เนเธอร์แลนด์ และฝรั่งเศส ปี 1858 ก็เป็นผลทำให้ชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้า-ออกเกาะเดะจิมะได้อย่างอิสระ

สถานกงสุลเนเธอแลนด์ถูกตั้งขึ้นบนเกาะ ส่วนธุรกิจต่างๆ ถูกย้ายไปรวมกับสมาคมธุรกิจการค้าแห่งเนเธอร์แลนด์ ปิดตำนานของเดะจิมะไปโดยปริยาย และในปี 1866 เกาะเดะจิมะก็ถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของเมืองนางาซากิ

เกาะรูปพัดหายไป

 

หลังจากที่มีการเปิดท่าเรือนางาซากิในปี 1859 (พร้อมๆ กับท่าเรือโยโกฮามะ และฮาโกดาเตะ) เกาะเดะจิมะได้รับการปรับปรุงภูมิทัศน์ครั้งใหญ่ รวมไปถึงการขยายพื้นที่ทางตะวันตกและทางตอนใต้ของเกาะเพื่อปรับปรุงท่าเรือสินค้าของนางาซากิให้มีความทันสมัย ต่อมาบางส่วนของพื้นที่รอบนอกเกาะก็ได้จมหายไปในทะเล อีกทั้งในปี 1885 พื้นที่ทางตอนเหนือขนาด 18 เมตร ก็ถูกลบหายไปเนื่องมาจากโครงการผันน้ำในแม่น้ำนาคาจิมะ และสุดท้ายจากแผนการปรับปรุงท่าเรือในปี 1904 เกาะรูปพัดอย่างเดะจิมะก็หายไปอย่างสมบูรณ์ โดยถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินนางาซากิ ไม่ใช่เกาะที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป                        สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

สิ่งที่น่าสนใจบนเกาะเดะจิมะ

 

แม้ว่าเกาะรูปพัดรูปร่างจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่สิ่งที่ยังหลงเหลือคือประวัติศาสตร์บนเกาะเดะจิมะ ที่ทางเมืองนางาซากิได้ทำการปรับปรุงเพื่อเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ โดยมีอาคารอนุรักษ์ให้เยี่ยมชมถึง 16 หลัง

ค่าเข้าชม

ผู้ใหญ่ 520 เยน/คน (กรุ๊ปทัวร์มากว่า 15 คนขึ้น ไปคนละ 410 เยน)

 

เด็ก ม.ปลาย 200 เยน/คน (กรุ๊ปทัวร์มากว่า 15 คนขึ้น ไปคนละ 120 เยน)

เด็ก ไม่เกินม.ต้น 100 เยน/คน (กรุ๊ปทัวร์มากว่า 15 คนขึ้น ไปคนละ 60 เยน)

*** สำหรับนักเรียนต่างชาติที่เรียนอยู่ในเมืองนางาซากิ สามารถเข้าชมได้ฟรี โดยแสดงบัตร Resident card ต่อเจ้าหน้าที่ และต้องดาวน์โหลดเอกสารเพื่อทำงานจองล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์

สามารถจ่ายได้ทั้งเงินสด, WeChatpay และ Alipay

เวลาทำการ

เปิดทำการทุกวันตั้งแต่ 8 โมงเช้า – 3 ทุ่ม (ประตูทาเข้าปิดเวลา 20:40)

การเดินทางจากสถานี Nagasaki

 

โดยรถราง : ขึ้นรถรางที่สถานี Nagasaki เลือกรถรางที่มุ่งหน้าไปยัง “Sefuku-ji” แล้วลงที่สถานี “Dejima” หรือ “Shinchi Chinatown)

โดยรถยนต์: ใช้เวลา 6 นาทีโดยประมาณ จากสถานี Nagasaki และ 1 นาทีจากทางออก Dejima Tallway (ใช้ที่จอดรถแบบเสียค่าจอด)

โดยรถบัส: สามารถขึ้นรถบัสได้ที่สถานี Nagasaki โดยเลือกรถที่เขียนว่า “For Shinchi Bus Terminal” ใช้เวลาเดินจากสถานีสุดท้ายประมาณ 5 นาที

ที่อยู่: 〒850-0862 6-1 Dejima-machi, Nagasaki City, Nagasaki Pref.

9 คาเฟ่ชมวิวทะเลและแสงแดดของโอกินาว่า

9 คาเฟ่ชมวิวทะเลและแสงแดดของโอกินาว่า

โอกินาว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังของญี่ปุ่น คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้นั่งรับประทานอาหาร จิบเครื่องดื่มแสนอร่อยพร้อมชมวิวธรรมชาติเคล้าแสงอาทิตย์บนเกาะแห่งนี้ ลองแวะเวียนไปคาเฟ่ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครในโอกินาว่ากันค่ะ

1. Resort Cafe KAI

 

ร้านแห่งนี้ประดับประดาด้วยโคมไฟแชนเดอเลียที่สว่างไสว จากบนระเบียงคุณสามารถนั่งมองวิวของทะเล ท้องฟ้า และพระอาทิตย์ตกดินได้ คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศที่ไม่เหมือนใคร เช่น การใช้เวลาดื่มด่ำกับวิวทะเล, การใส่ชุดว่ายน้ำนั่งที่ระเบียง หรือแม้แต่การทานอาหารในระหว่างที่อาบแดดไปด้วย นอกเหนือจากนี้ ยังอิ่มท้องไปกับเมนูอาหารกลางวันอันหลากหลายที่ช่วยเพิ่มความสุขในใจของคุณ ซึ่งประกอบไปด้วยสลัด ซุป ของหวาน และเครื่องดื่มจากบาร์แบบบุฟเฟ่ต์ไม่อั้น

ที่อยู่: 5-1 Toyosaki, Tomigusuku-shi, Toyosaki Chura-Sun Beach
การเดินทาง: ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 20 นาทีจากสนามบินนาฮะ
เวลาเปิดร้าน: 11.00 – 21.30 น.
วันหยุด: ไม่แน่นอน
ช่วงราคา: ประมาณ 1,000 เยน
ที่จอดรถ: มี
เบอร์ติดต่อ: 098-840-6333

2. Hamabe no Chaya

 

ณ คาเฟ่แห่งนี้ คุณสามารถนั่งริมหน้าต่างมองวิวและรับลมจากทะเลซาชิบาระ เมื่อถึงช่วงน้ำทะเลลงจะเห็นชายหาดทอดยาวเป็นแนวกว้างและมีสัตว์ทะเลมาเดินเล่นอยู่บนหาด สัมผัสบรรยากาศของทะเลและท้องฟ้าของโอกินาว่าได้อย่างใกล้ชิดไม่ว่าจะนั่งบนระเบียงดาดฟ้าหรือริมชายหาดของคาเฟ่

ที่อยู่: 2-1 Tamagusuku, Nanjo-shi
การเดินทาง: ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 45 นาทีจากสนามบินนาฮะ
เวลาเปิดร้าน: 10.00 – 20.00 น.
วันหยุด: ไม่มี
ช่วงราคา: ประมาณ 500 เยน
ที่จอดรถ: มี
ติดต่อ: 098-948-2073

3. Shokudo Karika

 

ร้านอาหารสไตล์ทรอปิคอลแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณชายหาดมิบารุซึ่งเต็มไปด้วยหาดทรายสีขาว เจ้าของร้านชาวเนปาลทำอาหารโดยใช้พืชผักในท้องถิ่น ซอสทั้งหมดถูกปรุงรสอย่างพิถีพิถันและไม่ใช้สารปรุงแต่งใดๆ ในตอนกลางวันคุณสามารถเพลิดเพลินกับทะเลและท้องฟ้าสีฟ้า แล้วค่อยดื่มด่ำใต้แสงจันทร์ในตอนกลางคืน สนุกกับเวลาที่ผ่านไปอย่างช้าๆ และการพูดคุยกับเพื่อนฝูง นอกเหนือจากนี้ยังมีคลาสโยคะและการแสดงสดให้บริการที่นี่อีกด้วย

ที่อยู่: 1360 Hyakuna, Tamagusuku, Nanjo-shi
การเดินทาง: ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 45 นาทีจากสนามบินนาฮะ
เวลาเปิดร้าน: ช่วงเดือนเมษายน – ตุลาคม เปิดทำการช่วงเวลา 10.00 – 20.00 น.
ช่วงเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม เปิดทำการช่วงเวลา 10.00 – 18.00 น.
วันหยุด: ทุกคืนวันพุธ, วันที่มีพายุไต้ฝุ่น
ช่วงราคา: ประมาณ 500 เยน
ที่จอดรถ: มี
ติดต่อ: 050-5837-2039

4. t&c Toraku

 

ร้านกาแฟวิวสวยบนเกาะโคอุริที่คุณสามารถพักผ่อน เพลิดเพลินไปกับวิวของคาบสมุทรโมโตบุและเกาะอิเอะจิม่า สัมผัสลมทะเลที่ระเบียง และลองรับประทานอาหารกลางวันที่ทำมาจากผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น เช่น มะระ, มิมิกา (หนังหูหมู), สาหร่ายพวงองุ่น, และเต้าหู้จีมามิ (เต้าหู้ถั่วลิสง) ชื่อของร้านแห่งนี้มีความหมายว่า “เพลิดเพลินบนเกาะ” และ “เพลิดเพลินกับเครื่องปั้นดินเผา” ภายในร้านนี้มีเครื่องปั้นดินเผาและสินค้าน่ารักๆ จำหน่าย เช่น สายห้อยดอกเฟื่องฟ้าและพวงกุญแจให้ได้เลือกซื้อกัน

ที่อยู่: 1882-10 Kouri, Nakijin-mura
การเดินทาง: ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 40 นาทีจากแยกเคียวดะ ทางด่วนโอกินาว่า (Kyodo I.C., Okinawa Expressway)
เวลาเปิดร้าน: 10.00 – 18.00 น.
วันหยุด: ทุกวันพุธ (มีวันหยุดไม่แน่นอน)
ช่วงราคา: ประมาณ 1,500 เยน
ที่จอดรถ: มี
ติดต่อ: 098-051-5445

5. Myloplus Cafe

 

“Myloplus cafe” เปิดให้บริการในเดือนกรกฎาคม ปี 2015 เป็นคาเฟ่ริมชายฝั่งมิยางิในเมืองชาตัน วิวทะเลและการตกแต่งภายในที่มีสไตล์ไม่เหมือนใคร และกลายเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมจากหญิงสาวและคู่รัก จากหน้าต่างบานใหญ่คุณสามารถมองเห็นทะเลสีครามอันกว้างใหญ่ สัมผัสถึงความแตกต่างระหว่างผิวน้ำทะเลและท้องฟ้าสีครามในขณะที่เรือแล่นผ่าน ภาพของชาวต่างชาติที่เดินอยู่ริมทะเลถือเป็นวิวอันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่อีกด้วย

ที่อยู่: ชั้น 3 อาคาร Sea Joy, 1-64, Miyagi, Chatan, Nakagami-gun, Okinawa
การเดินทาง: ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 40 นาทีจากสนามบินนาฮะ
ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 15 นาทีจากแยกโอกินาว่ามินามิ ทางด่วนโอกินาว่า (Okinawa-minami I.C., Okinawa Expressway)
เวลาเปิดร้าน: 11.00 – 24.00 น.
วันหยุด: เปิดทุกวัน (มีวันหยุดชั่วคราว)
ช่วงราคา: ประมาณ 1,500 เยน
ที่จอดรถ: ไม่มี
ติดต่อ: 098-926-5225

6. Beach Cafe Anjina

 

คำว่า “Anjina” เป็นชื่อเก่าของเกาะเซนากะซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของร้านริมทะเลแห่งนี้ รันเวย์ของสนามบินนาฮะอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว คุณสามารถมองเห็นเครื่องบินได้ใกล้มากซึ่งเป็นวิวที่ดีมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องบิน ภายในร้านมีบรรยากาศที่ผ่อนคลายตกแต่งแบบสไตล์ทรอปิคอล นอกเหนือจากอาหารจานหลักแล้ว ที่นี่ยังมีเครื่องดื่ม เช่น กาแฟและขนมเย็น ๆ ให้บริการสำหรับการพักผ่อนอีกด้วย

ที่อยู่: 173 Senaga, Tomigusuku-shi
การเดินทาง: ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 10 นาทีจากสนามบินนาฮะ
เวลาเปิดร้าน: 11.30 – 19.00 น.
วันหยุด: ทุกวันพฤหัสบดี, วันที่มีพายุไต้ฝุ่น
ช่วงราคา: ประมาณ 500 เยน
ที่จอดรถ: ไม่มี (มีที่จอดรถสาธารณะฟรี)
ติดต่อ: 098-850-6468

7. Beach Terrace Cafe Diamond Blue

 

 

“Diamond Blue” เป็นร้านกาแฟที่อยู่ติดกับ “Okashi Goten” ซึ่งมีทาร์ตมันม่วงอันมีชื่อเสียงจำหน่าย ร้านกาแฟแห่งนี้มีวิวที่สวยงามและมีร้านอาหารให้บริการอีกด้วย ทิวทัศน์ของโอกินาว่าและความร้อนของดวงอาทิตย์นั้นร้อนแรงมาก หากคุณมองดูทะเลจากในร้านที่สีสันสดใส ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสคุณจะได้เห็นสีฟ้าของทะเลและท้องฟ้าในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ก่อนกลับคุณยังสามารถซื้อของฝากที่ร้าน Okashi Goten ได้อีกด้วย ถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวในสถานที่แห่งนี้

ที่อยู่: 100 Serakaki, Onna-mura, Okinawa
การเดินทาง: ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 18 นาทีจากแยกอิชิคาวะ ทางด่วนโอกินาว่า (Ishikawa I.C., Okinawa Expressway)
เวลาเปิดร้าน: 11.00 – 18.00 น.
วันหยุด: ไม่แน่นอน
ช่วงราคา: ประมาณ 1,000 – 1,500เยน
ที่จอดรถ: มี
ติดต่อ: 050-5570-5431

8. On the Beach Cafe

 

ร้านนี้ตั้งอยู่ระหว่างหมู่บ้านนาคิจินและเมืองโมโตบุ คาเฟ่แห่งนี้มีวิวที่สวยงามของทะเลสีฟ้า เมื่อเดินเข้าไปในร้านกลิ่นของอาหารและกาแฟจะหอมกรุ่นไปทั่วร้าน เมนูอาหารที่หลากหลายถูกปรุงโดยเชฟชาวฝรั่งเศสซึ่งใช้วิธีการแบบดั้งเดิมผสมผสานกับวิธีที่ทันสมัย โดยใช้วัตถุดิบพื้นบ้านและวัตถุดิบตามฤดูกาลเพื่อให้ได้อาหารแสนอร่อย นอกเหนือจากนี้ยังมีเมนูเครื่องดื่มมากมายและพื้นที่สบายๆ ให้นั่งเล่น                  สล็อตเว็บตรง

ที่อยู่: 612-2 Imadomari, Nakiji
n-mura
การเดินทาง: ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 7 นาทีจากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาวะชุราอุมิ
เวลาเปิดร้าน: กลางวัน 11.00 – 17.00 น.
กลางคืน รอบที่ 1 เวลา 18.30 – 20.00 น. (สำรองที่นั่งล่วงหน้า)
กลางคืน รอบที่ 2 เวลา 20.00 – 22.00 น. (สำรองที่นั่งล่วงหน้า)
วันหยุด: กลางวันไม่มีวันหยุด, กลางคืนวันหยุดไม่แน่นอน (สำรองที่นั่งล่วงหน้า)
ช่วงราคา: กลางวันประมาณ 1,180เยน
คอร์สอาหารเย็น 4,500 เยน
ที่จอดรถ: มี
ติดต่อ: 098-056-4560

9. Cafe Curcuma

 

เพลิดเพลินไปกับวิวทิวทัศน์และอาหารที่เต็มไปด้วยรสชาติแนวเอเชียที่สร้างสรรค์จากเชฟของทางร้าน ร้านอาหารแห่งนี้ได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐบาลไทย ว่าเป็นหนึ่งในร้านอาหารไทยที่มีคุณภาพเพียงไม่กี่แห่งในโอกินาว่าอีกด้วย

ที่อยู่: 1190 Chinen, Nanjo-shi
การเดินทาง: ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 55 นาทีจากสนามบินนาฮะ
เวลาเปิดร้าน:
ช่วงเดือนตุลาคม – มีนาคม เวลา 10.00 – 19.00 น. (สั่งอาหารได้ถึง 18.00 น.)
ช่วงเดือนเมษายน – กันยายน เวลา 10.00 – 20.00 น. (สั่งอาหารได้ถึง 19.00 น.)
ทุกวันอังคารตลอดทั้งปี เวลา 10.00 – 18.00 น. (สั่งอาหารได้ถึง 17.00 น.)
วันหยุด: ไม่มี
ช่วงราคา: ชุด Curcuma Special 1,570เยน ชุดข้าวแกงเขียวหวาน 1,140เยน
ที่จอดรถ: มี
ติดต่อ: 098-949-1189

กลุ่มศิลปิน teamLab ชวนจิบชาท่ามกลางงานศิลปะดิจิทัลในโรงเก็บโชยุ

กลุ่มศิลปิน teamLab ชวนจิบชาท่ามกลางงานศิลปะดิจิทัลในโรงเก็บโชยุ

teamLab คือกลุ่มศิลปินผู้รักงานศิลปะจากทั่วโลก สมาชิกมาจากหลากหลายวิชาชีพ อย่างศิลปิน โปรแกรมเมอร์ วิศวกร สถาปนิก รวมถึงนักสร้าง CG แอนิเมชัน รวมตัวกันเพื่อสร้างผลงานศิลปะแบบดิจิทัลที่เน้นความสวยงามของธรรมชาติ ผสมผสานกับเทคโนโลยีการสร้างภาพและแสงสีเสียงจากงานดิจิทัล

ตั้งแต่ปี 2001 teamLab สร้างผลงานนิทรรศการมาแล้วทั่วโลก รวมทั้งเคยมีนิทรรศการชั่วคราวมาจัดที่ประเทศไทยด้วย

 

สำหรับนิทรรศการที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักของนานาประเทศ รวมถึงคนไทยด้วยคือ teamLab Borderless นิทรรศการถาวรที่จัดแสดงอยู่ที่ Mori Building Digital Art Museum โอไดบะ กรุงโตเกียว

 

 

ศิลปะดิจิทัลในโรงเก็บโชยุ

ผลงานนิทรรศการล่าสุดของ teamLab ถูกจัดขึ้นในอาคารไม้ที่เคยใช้เป็นโรงงานผลิตและโรงเก็บโชยุในสมัยเมจิ (ค.ศ. 1868 – 1912) ในจังหวัดโอคายามะ

Fukuoka Shoyu Gallery อาคารเก่าที่ใช้จัดนิทรรศของ teamLab: Tea Time in the Soy Sauce Storehouse

พื้นที่บริเวณชั้นใต้ดินของโรงงานเก็บโชยุแห่งนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นห้องจัดนิทรรศการภายใต้ชื่อ teamlab: Tea Time in the Soy Sauce Storehouse

นิทรรศการนี้ตกแต่งด้วยโคมลอยน้ำจำนวนมาก ตัวโคมทำจากแก้วเวนิส (Venetian Glass หรืออีกชื่อคือ Murano Glass) เครื่องแก้วชื่อดังจากประเทศอิตาลี ภายในบรรจุไฟ LED ที่ใช้สร้างแสงสี ตัวโคมแก้วจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและจังหวะการกะพริบของแสงตามเสียงเพลง อีกทั้งแสงในโคมจะตอบสนองหากเราเข้าไปสัมผัสอีกด้วย

โคมแก้วที่แสงสีจะตอบสนองเมื่อเราสัมผัส

 

นั่งจิบชาและปล่อยใจไปตามจังหวะของแสงและดนตรี

นอกจากชมความสวยงามของโคมลอยแล้ว เรายังสามารถนั่งจิบชาท่ามกลางศิลปะดิจิทัลในห้องนี้ได้อีกด้วย แก้วชาที่ถูกนำมาเสิร์ฟจะมีการผสมผสานของแสงและสีที่มีจังหวะสอดคล้องกับดนตรีที่เราได้ยิน

นอกจากนี้ เมื่อโคมแก้วลอยมาใกล้ๆ แสงสีในแก้วชาของเราจะตอบสนองโดยการเปลี่ยนโทนสีและจังหวะการกะพริบของแสงอีกด้วย

โรงเก็บโชยุ

 

นิทรรศการนี้จัดในช่วงวันที่ 15 เมษายน 2021 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2022 สำหรับผู้ที่สนใจไปเยี่ยมชมนิทรรศการดีๆแบบนี้ก็ลองหาโอกาสแวะไปกันได้นะคะ

ใครที่เคยชมผลงานของ teamLab จะรู้ว่ากลุ่มศิลปินกลุ่มนี้มีความสามารถในการสื่อสารงานศิลปะออกมาในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นมากจริงๆ แม้ว่าจะได้ชื่อว่าเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและใช้อุปกรณ์ดิจิทัล แต่ผลงานของ teamLab กลับเหมือนภาพวาดศิลปะที่ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกผ่อนคลายและเหมือนหลุดไปในโลกแห่งจินตนาการที่ไร้ขีดจำกัด

ถ้าใครสนใจ สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิทรรศการอื่นๆ ของกลุ่มศิลปินกลุ่มนี้ได้ที่เว็บไซต์ของ teamLab ได้เลยค่ะ    สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

โรงเก็บโชยุ

รายละเอียดนิทรรศการ:

teamLab: Tea Time in the Soy Sauce Storehouse
สถานที่: Fukuoka Shoyu Gallery, 17-35, Yuminocho, Kita Ward, Okayama City, Okayama
ช่วงเวลาการจัดงาน: 15 เมษายน 2021 – 31 มีนาคม 2022
เวลาเปิด-ปิด: 10.00 – 17.00 น. (หยุดวันพุธ)
ค่าเข้าชม: 1,000 เยน (ประมาณ 300 บาท) รวมค่าน้ำชา 1 แก้ว
เว็บไซต์: teamLab Tea Time

ส่องพฤติกรรมวัยรุ่นญี่ปุ่น เทรนด์เที่ยวทิพย์มาแรงในช่วงโควิด

ส่องพฤติกรรมวัยรุ่นญี่ปุ่น เทรนด์เที่ยวทิพย์มาแรงในช่วงโควิด

ในช่วงโควิดแบบนี้ออกไปไหนก็ไม่ได้ จะนัดเที่ยวกับเพื่อน หรือจะไปเที่ยวต่างจังหวัดก็กลัว แต่ถ้าไม่ได้ออกไปไหนเลยก็น่าเบื่อ ยิ่งเป็นหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นที่ชอบท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจด้วยแล้ว พวกเขาจะรู้สึกยังไงกันนะ ไปส่องคำตอบจากแบบสำรวจกันค่ะ

ทางบริษัท SHIBUYA109 Entertainment จัดทำแบบสำรวจเหล่าคนรุ่นใหม่ชาว Gen Z ในญี่ปุ่น ที่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี (ในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา) เกี่ยวกับความคิดเห็นที่มีต่อการเที่ยวเล่นในช่วงวิกฤติเช่นนี้ จากการสำรวจพบว่านักศึกษาญี่ปุ่นมีความสุขกับการวางแผนทริปให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกขับรถเที่ยว หรือ เที่ยวทิพย์โดยการพักที่โรงแรมในเขตชานเมืองโตเกียวแทนการออกเดินทางไปเที่ยวเหมือนปกติ

เมื่อเที่ยวไม่ได้ แล้ววัยรุ่นญี่ปุ่นทำอะไรกัน

5 อันดับแรกของกิจกรรมที่นิยมมากที่สุดในสถานการณ์การแพร่ระบาดตอนนี้คือ
ขับรถเล่น (26.5%)
เก็บเงินเที่ยว (21.3%)
ดูวิดีโอท่องเที่ยว (19.5%)
ไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ (18.5%)
ซื้อของกินกลับมาทานที่บ้าน (18%)

นอกจากที่กล่าวมาก็ยังมีกิจกรรมอื่นที่มาพร้อมแฮชแท็กยอดนิยมอย่าง #ヌン活 (จิบน้ำชายามบ่ายที่โรงแรม) และ #渡韓ごっこ (เที่ยวเกาหลีทิพย์ หรือก็คือการนำอาหารและเครื่องดื่มของเกาหลีมาทานที่โรงแรมอย่างสนุกสนานเหมือนไปเที่ยวเกาหลี)  ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้กำลังฮิตมากในญี่ปุ่นค่ะ ถือเป็นการเจียดเงินจากช่วงโควิดมาสร้างความสุขให้ตัวเองทั้งการทานขนมราคาแพงอร่อยๆ และเติมเต็มความรู้สึกอัดอั้นในการไปเที่ยวต่างประเทศ

โควิดทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนเปลี่ยนไป

นอกจากนี้ จากผลสำรวจยังพบว่า ประมาณ 80% ของผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับเพื่อนที่ไปเที่ยวเล่นด้วยกันบ่อยๆ เริ่มเปลี่ยนไป” โดยมีคนที่ตอบว่า “หลีกเลี่ยงไปเที่ยวกับคนเยอะๆ” คิดเป็น 32.1% และมีคนที่บอกว่า “เที่ยวกับเพื่อนที่สนิทจริงๆ เพิ่มขึ้น” คิดเป็น 27.2% โดยเหตุผลนอกจากเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของการติดเชื้อแล้ว การทำงานแบบ work from home และการเรียนออนไลน์ก็ทำให้โอกาสในการเจอเพื่อนหรือคนรู้จักน้อยลง จึงสานสัมพันธ์กับแค่คนสนิทเท่านั้น

วัยรุ่นส่วนใหญ่เลือกสถานที่กลางแจ้งเพื่อรักษาระยะห่าง

 

ในแบบสำรวจยังถามถึงสถานที่ในการทำกิจกรรมที่เปลี่ยนไปด้วย โดยผลลัพธ์ออกมาว่าอันดับหนึ่งคือ “ทำกิจกรรมอยู่บ้าน” คิดเป็น  35.5% ตามด้วย “เที่ยวในท้องถิ่นของตัวเอง” คิดเป็น 35.3% และ “เที่ยวนอกเมือง เช่น ชานเมือง” คิดเป็น 30.9% นอกจากนี้ยังมีคำตอบ อื่นๆ อีก เช่น ไปปิกนิก ทำบาร์บีคิว และแกลมปิ้ง ซึ่งคำตอบส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะเลือกสถานที่กลางแจ้งที่สามารถรักษาระยะห่างจากคนอื่นๆ ได้

สถานการณ์โควิดทำให้หลายคนอดไปเที่ยวอย่างอิสระ แต่ในยุคสมัยนี้เทคโนโลยีก้าวไกล ถึงตัวจะไปไหนไกลไม่ได้ แต่เราทุกคนก็ยังไปเที่ยวในรูปแบบใหม่ได้ ไม่ว่าจะดูรูปภาพสวยๆ ดูวิดีโอตามสื่อโซเชียล หรือ เที่ยวทิพย์ เป็นต้น เชื่อว่าเทรนด์ท่องเที่ยวน่าจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่แนวคิดการท่องเที่ยวแบบคำนึงถึงความสะอาดและความปลอดภัยน่าจะยังติดอยู่กับเราทุกคนไปนานเลยค่ะ  สล็อตเว็บตรง

ชี้เป้าของดีโทยามะ ตอนที่ 1: อ่าวโทยามะ อาณาจักรคนรักซีฟู้ด

ชี้เป้าของดีโทยามะ ตอนที่ 1: อ่าวโทยามะ อาณาจักรคนรักซีฟู้ด

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่น JR Times by JR East ก็เป็นเว็บหนึ่งที่เหมาะกับการทำการบ้านเพื่อเตรียมทริปลุยญี่ปุ่นค่ะ โดย JR Times by JR East เป็นเว็บไซต์ที่รวมทุกบทความเกี่ยวกับรถไฟที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ ซึ่งรวมถึงบทความรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ ห้ามพลาดที่สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟ JR East อีกมากมาย!

ในบทความนี้ เราจะพาเพื่อนๆ ไปดูเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ของจังหวัดโทยามะผ่านบทความโดยคุณ Carissa Loh นักเขียนชาวสิงคโปร์ผู้หลงรักญี่ปุ่นและมีประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้วทั่วประเทศ! ในบทความนี้ คุณ Carissa จะพาเราไปเที่ยวชมของอร่อยมากมายที่ซ่อนอยู่ในโทยามะ อาหารสเลิศเหล่านี้จะมีเช่นเมนูอะไรบ้าง ตามมาดูกัน!

ขุมทรัพย์แห่งโทยามะ: ปลาและหลากของอร่อยสดจากอ่าว

toyama pt1_1

ด้วยทะเลญี่ปุ่นสีฟ้าสวยงามและภูเขาสูงใหญ่ของเทือกเขาทาเตยามะ จังหวัดโทยามะ (富山県 Toyama-ken) ในภูมิภาคโฮคุริคุถือเป็นแหล่งขุมทรัพย์ที่เต็มไปด้วยอาหารทะเลชั้นหรู ธรรมชาติที่ชวนหลงใหล และขนบธรรมเนียมที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง นับตั้งแต่ที่ทางรถไฟ Hokuriku Shinkansen ขยายมาถึงที่นี่ในปี 2015 การเดินทางจากโตเกียวมาโทยามะจึงใช้เวลาน้อยลงจนเหลือเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้ผู้คนสามารถเดินทางจากเมืองหลวงมาเที่ยวที่นี่ได้อย่างสะดวกสบาย

คุณอาจจะรู้จักโทยามะจากไฮไลท์ท่องเที่ยวชื่อดังที่สุดของจังหวัด เส้นทางแอลป์ ทาเตยามะ-คุโรเบะ (立山黒部アルペンルート, Tateyama Kurobe Alpine Route) แต่นอกจากเส้นทางท่ามกลางภูเขาสุดอลังการนี้แล้ว จังหวัดโทยามะยังมีขุมทรัพย์อีกมากมายที่รอให้คุณไปค้นพบอยู่ โดยเฉพาะบริเวณอ่าวโทยามะ

คุณรู้ไหม? ว่าโทยามะมีปลาสำลีญี่ปุ่น (Yellowtail) ที่อร่อยที่สุดในประเทศ (รวมถึงเป็นจังหวัดที่มีการบริโภคปลาสำลีญี่ปุ่นมากที่สุดในประเทศอีกด้วย) และคุณรู้ไหม? ว่าอ่าวโทยามะเป็นอ่าวที่เกิดปรากฏการณ์ภาพลวงตาบ่อยที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย ในตอนแรกของบทความ 2 ตอนพิเศษเกี่ยวกับจังหวัดโทยามะนี้ เรามาสำรวจบรรดาขุมทรัพย์และของอร่อยที่น่านน้ำแห่งอ่าวโทยามะมีไว้ให้เรากัน!

อ่าวที่มีของอร่อยตลอดปี

toyama pt1_2 bounties
สัตว์ทะเลสี่ชนิดที่เป็นตัวแทนของจังหวัดโทยามะ (เครดิตรูปภาพ: とやま観光推進機構 and JR East / Carissa Loh)

อ่าวโทยามะ (富山湾 Toyama-wan) ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลญี่ปุ่นและมีแถบน้ำลึกและแนวไหล่ทวีปที่แคบ ซึ่งทำเลแบบนี้ทำให้อ่าวโทยามะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยชั้นเยี่ยมสำหรับปลาและเป็นแหล่งที่มีอาหารทะเลอร่อยๆ อยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ ส่วนที่ลึกที่สุดของอ่าวมีความลึกต่ำกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร ซึ่งเอื้อให้อ่าวมีสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ให้สัตว์ทะเลหลากชนิดสามารถเติบโตได้

ฤดูใบไม้ผลิ: ปลาหมึกหิ่งห้อย ปริศนาแห่งอ่าวโทยามะ

toyama pt1_3 Hotaruika
ปลาหมึกหิ่งห้อย ปริศนาแห่งอ่าวโทยามะ (เครดิตรูปภาพ: とやま観光推進機構)

พูดถึงจังหวัดโทยามะก็ต้องนึกถึงโฮตารุอิกะ (ホタルイカ ปลาหมึกหิ่งห้อย) ที่เป็นที่รู้จักในนาม “ปริศนาแห่งอ่าวโทยามะ” (富山湾の神秘 Toyama-wan no shinpi) และเป็นหนึ่งอาหารทะเลโปรดของฉันด้วย ปลาหมึกขนาดเล็กเหล่านี้ได้ชื่อมาจากการที่พวกมันสามารถเรืองแสงได้ ทำให้พวกมันดูเหมือนหิ่งห้อยที่ส่องให้ทะเลสว่างขึ้นด้วยแสงสีฟ้าที่แลดูลึกลับของพวกมัน
แต่นอกจากชมโฮตารุอิกะแล้ว คุณต้องห้ามพลาดโอกาสที่จะชิมพวกมันด้วย! ซึ่งโฮตารุอิกะที่เป็นของอร่อยประจำฤดูใบไม้ผลินี้มีหลายเมนูให้เราชิมได้ แต่คนญี่ปุ่นหลายคนจะแนะนำว่าโอกิสึเกะ (沖漬け) คือเมนูที่อร่อยที่สุด

ฤดูร้อน: กุ้งขาว อัญมณีแห่งอ่าวโทยามะ

toyama pt1_4 shiroebi
ชิโรเอบิ อัญมณีแห่งอ่าวโทยามะ (เครดิตรูปภาพ: とやま観光推進機構)

เมื่อฤดูร้อนเวียนมาถึง ของอร่อยที่ต้องชิมในโทยามะก็คือชิโรเอบิ (白エビ กุ้งขาว) กุ้งขนาดเล็กเหล่านี้มีเนื้อสีชมพูอ่อนที่สวยงามและโปร่งแสง ทำให้พวกมันมีฉายาว่า “อัญมณีแห่งอ่าวโทยามะ” (富山湾の宝石 Toyama-wan no hо̄seki) ชิโรเอบิ ถือเป็นกุ้งหายากที่จับเป็นจำนวนมากได้เฉพาะที่อ่าวโทยามะที่เดียวในโลกเท่านั้น ทำให้พวกมันเป็นอาหารทะเลที่มีความต้องการสูงมากๆ

ฤดูใบไม้ร่วง: ปูหิมะแดง อาทิตย์อุทัยแห่งอ่าวโทยามะ

toyama pt1_5 beni zuwaigani
เบนิสุไวกานิ อาทิตย์อุทัยแห่งอ่าวโทยามะ (เครดิตรูปภาพ: とやま観光推進機構)

ฤดูใบไม้ร่วงคือฤดูกาลที่ถ้าพูดถึงแล้วก็ต้องนึกถึงสีแดง และนอกจากสีแดงของใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว อีกของสีแดงหนึ่งที่คุณสามารถเพลิดเพลินด้วยได้ก็คือปูหิมะแดงเบนิสุไวกานิ (紅ズワイガニ) ซึ่ง เบนิสุวาอิกานิที่มีฉายาว่า “อาทิตย์อุทัยแห่งอ่าวโทยามะ” (富山湾の朝陽 Toyama-wan no asahi) นี้ได้ฉายามาจากสีแดงสวยงามของพวกมันเมื่อถูกปรุงจนสุกแล้ว โดยว่ากันว่าเป็นสีแดงที่คล้ายสีแดงของดวงอาทิตย์ขึ้นที่อ่าวโทยามะ แต่นอกจากสีแดงสดสะดุดตาแล้ว ปูนี้ยังได้รับความนิยมจากเนื้อที่ฉ่ำน้ำและหวานของมัน

ฤดูหนาว: ปลาสำลีญี่ปุ่นในฤดูหนาว ราชาแห่งอ่าวโทยามะ

toyama pt1_6 kanburi
ปลาสำลีญี่ปุ่นในฤดูหนาว ราชาแห่งอ่าวโทยามะ (เครดิตรูปภาพ:とやま観光推進機構)

ท้ายที่สุดนี้ ในช่วงฤดูหนาวที่กินเวลาระหว่างพฤศจิกายนจนถึงกุมภาพันธ์ คุณสามารถอร่อยกับ “ราชาแห่งอ่าวโทยามะ” (富山湾の王者 Toyama-wan no о̄ja) หรือคันบุริ (寒ブリ ปลาสำลีญี่ปุ่นในฤดูหนาว) ที่เลื่องชื่อที่สุดในบรรดาปลาทั้งหมดแห่งอ่าวโทยามะ แม้ว่าปลาสำลีญี่ปุ่นจะมีให้รับประทานกันได้ตลอดปี แต่ปลาสำลีญี่ปุ่นที่จับได้ในฤดูหนาวจะมีอย่างหนึ่งที่ทำให้พวกมันอร่อยเป็นพิเศษ นั่นคือไขมันที่อัดแน่นไปด้วยรสชาติและนุ่มจนละลายในปากนั่นเอง

อ่าวโทยามะยังมีสิ่งให้ไปค้นหาอีกเพียบ!

นอกจากจะเป็นแหล่งอาหารทะเลชั้นเลิศเหล่านี้แล้ว อ่าวโทยามะยังมีไฮไลท์ให้ไปค้นหาอีกมากมาย! ไม่ว่าจะเป็นเมนูมาสุซูชิ การชมปรากฎการณ์ภาพมายาเหนืออ่าว และวิวภูเขาสวยอลังการที่เห็นได้จากอ่าวโทยามะ คลิ๊กอ่านบทความ “ขุมทรัพย์แห่งโทยามะ ตอนที่ 1: ปลาและหลากของอร่อยสดจากอ่าว” จากเว็บ JR TIMES by JR-EAST บทความโดยคุณ Carissa Loh หรือคลิกที่ภาพด้านล่างแล้วไปสนุกกันต่อได้เลย  สล็อตเว็บตรง

 

toyama pt1_banner

12 เมนูที่ต้องลองให้ได้เมื่อไปนาระ ตอนที่ 2

12 เมนูที่ต้องลองให้ได้เมื่อไปนาระ ตอนที่ 2

จังหวัดนาระ นอกจากจะมีวัดกับน้องกวางน่ารักๆ ให้ชมแล้วยังมีหลายสิ่งที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นก็คือของกินนั่นเอง!! ต่อจาก ตอนที่ 1 ที่แนะนำอาหารขึ้นชื่อของนาระกันไปพอสมควร และแล้วเราก็มาถึงตอนที่ 2 หรือก็คือบทความที่ทุกท่านกำลังอ่านอยู่นี่เอง แน่นอนว่าอัดแน่นไปด้วยของน่าอร่อยอีกเช่นเคย ขอบอกว่ามีของหวานมากกว่าบทความที่แล้วอีกค่ะ สายของหวานห้ามพลาดเชียว

7. Daibutsu Pudding

มาเริ่มกันที่ของหวานที่อยากแนะนำสุดๆ นั่นคือ Pudding Daibutsu ของร้าน Mahoroba Daibutsu Pudding ที่นอกจากจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แพคเกจบ่งบอกการเป็นตัวแทนจังหวัดได้ดีแล้ว ยังคัดเลือกวัถุดิบต่างๆ อย่างพิถีพิถันเพราะเลือกใช้แต่ของประจำจังหวัดนาระให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ ถือเป็นความพิเศษของพุดดิ้งชนิดนี้เลยก็ว่าได้ รับรองว่าแตกต่างไม่ซ้ำใครแน่นอน

ทางร้านมีขนาดให้เลือกซื้อ 2 ขนาด คือ ขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ที่มีความจุมากถึง 500 ml  ส่วนด้านรสชาตินั้นถูกทำขึ้นมาอย่างเรียบง่ายแต่พิถีพิถันจากนมและครีมสดชั้นดี, ไข่, น้ำตาล, เมล็ดวานิลา บอกเลยว่ากินแล้วติดใจแน่นอน

ร้าน Mahoroba Daibutsu Pudding
ที่อยู่ : 1073 Narazakacho, Nara City, Nara
เวลาทำการ : 11.30 – 17.30 (Last Order เวลา 17.00)
วันหยุด : ไม่มี
การเดินทาง : นั่งรถเมล์ 10 นาทีจากสถานี Kintetsu Nara
เบอร์โทรศัพท์ : 0742-23-7515

8. Miwa Somen

ลำดับต่อไปเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเมนูเส้นแบบโซเม็งเป็นที่สุด เพราะเราจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับแหล่งกำเนิดโซเม็ง ซึ่งอยู่ที่เมืองซากุไร เขตมิวะ ของจังหวัดนาระค่ะ ร้านขึ้นชื่อของที่นี่เป็นร้านเก่าแก่ประจำถิ่นที่ตั้งมายาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1717 หรือในสมัยเอโดะ มีชื่อร้านว่า Miwa Yamamoto ว่ากันว่ารสชาติโซเม็งของที่นี่หากได้ลองแล้วจะต้องติดใจในความเรียบเนียน ที่รู้สึกได้เลยว่ามีความละเอียดมากกว่าเส้นโซเม็งทั่วไป

นอกจากนี้ทางร้านยังมีเซ็ตที่มาคู่กับ Kaki no ha sushi ที่เป็นของขึ้นชื่อของนาระด้วยเหมือนกัน มาแค่ที่เดียวแต่ได้ลองชิมอาหารประจำจังหวัดมากกว่าหนึ่งอย่าง ถือว่าเป็นการเดินทางที่คุ้มค่าสุดๆ

ร้าน Miwa Yamamoto
ที่อยู่ : 880 Hashinaka, Sakurai City, Nara
เวลาทำการ : 11.00 – 15.30
วันหยุด : ช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่
การเดินทาง : ลงสถานี JR Makimuku แล้วเดินต่ออีก 10 นาที
เบอร์โทรศัพท์ : 0744-43-6661

9. ลูกพลับหวาน

มีวลีดังจากวัดโฮริวจิที่เป็นวัดชื่อดังของนาระว่า “หากทานลูกพลับแล้วระฆังจะดังขึ้น” ตามวลีนี้ก็ใบ้ไว้อยู่แล้วว่าต่อไปเราจะพูดถึงผลไม้กันค่ะ เพื่อนๆ รู้มั้ยคะว่าผลไม้ดังประจำจังหวัดนาระก็คือลูกพลับนั่นเอง ในจังหวัดนาระเองมีร้านชื่อดังที่ของหวานในร้านล้วนแต่ทำมาจากลูกพลับทั้งสิ้น ซึ่งร้านเฉพาะทางสำหรับเมนูลูกพลับนั้นมีชื่อว่า “Nara Yoshino Ishii” ภายในร้านมีทั้งเค้ก เยลลี่ โยคัง (ขนมญี่ปุ่นคล้ายวุ้น) และยังมีเมนูลูกพลับชื่อดังที่ใช้ลูกพลับถึงครึ่งลูกอยู่ด้วยล่ะค่ะ นอกจากนี้ยังมีลูกพลับแห้งสอดไส้เกาลัดซึ่งถือเป็นของฝากยอดนิยมอีกด้วย

อีกหนึ่งของหวานยอดฮิตของทางร้านคือ เนยลูกพลับที่ทานคู่กับลูกพลับขนาดเท่าลูกเต๋าที่เขาเคลมว่ารสชาติเข้ากันได้ดีแบบสุดๆ และยังมีแยมลูกพลับที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามอีกด้วยล่ะค่ะ

ร้าน Nara Yoshino Ishii
ที่อยู่ : 27-1 Kamisanjocho, Nara City, Nara Prefecture Murata Building 1F
เวลาทำการ : 10.00 – 19.00
วันหยุด : ทุกวันจันทร์
การเดินทาง : เดิน 4 นาทีจากสถานี Kintetsu Nara / เดิน 8 นาทีจากสถานี JR Nara
เบอร์โทรศัพท์ : 0742-22-8835

10. Kamameshi

มารู้จักกับเมนูดั้งเดิมที่มีชื่อว่า “Kamameshi” แปลว่า “กาต้มน้ำข้าว” เป็นอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ปรุงในหม้อเหล็กของร้าน Kamameshi Shizuka ซึ่งดำเนินกิจการมาแล้วกว่า 50 ปี เป็นเมนูที่ปรุงจากวัตถุดิบผักตามฤดูกาลหลากหลายชนิด ทั้งพืชป่าในฤดูใบไม้ผลิ, เกาลัดและเห็ดมัตสึทาเกะในฤดูใบไม้ร่วง และยังมีหอยนางรมจากฤดูหนาว ตบท้ายด้วยปลาซาร์ดีนที่เหลืออยู่ก้นกาต้มน้ำ ได้รสชาติที่อร่อยมากๆ เรียกได้ว่าเป็นเมนูสุดพิถีพิถันที่ปรุงโดยช่างผู้มากฝีมือ หากอยากทาน Kamameshi ก็ต้องไปร้านนี้เท่านั้นเลยล่ะค่ะ เนื่องจากว่าอาหารแต่ละอย่างมีความพิถีพิถันมาก อาจจะใช้เวลาปรุงและเสิร์ฟนานหน่อย หากจะไปต้องเผื่อเวลาให้ดีด้วยนะคะ

ร้าน Kamameshi Shizuka
ที่อยู่ : 4-249-4 Omiya-cho, Nara City, Nara
เวลาทำการ : วันธรรมดา 11.00 – 14.30, 17.00 – 20.00
วันหยุด : ทุกวันอังคาร (จะมีวันที่ไม่ใช่วันหยุดประจำอยู่เดือนละ 1 ครั้ง)
การเดินทาง : เดิน 5 นาทีจากสถานี Kintetsu Shin-Omiya / เดิน 10 นาทีจากสถานี JR Nara
เบอร์โทรศัพท์ : 0742-93-8029

11. Naraduke

 

Naraduke ของร้าน Yamazakiya อันเก่าแก่ เหมาะกับการซื้อเป็นของฝากมากๆ โดย Naraduke เป็นผักดองเกลือ เช่น หัวผักกาด แตงกวา ขิง หัวไชเท้า แครอท เป็นต้น ซึ่ง Naraduke นี้ทำจากการแช่ในสาเก กากสาเกและกากมิรินหลายครั้ง มีรสหวานเล็กน้อย จึงทานง่ายมาก ไม่ว่าใครก็ลองทานได้ เป็นอีกหนึ่งของฝากประจำนาระที่คนรับจะต้องเซอไพรส์แน่นอน

ร้าน Yamazakiya
ที่อยู่ : 5 Higashimuki Minamicho, Nara City, Nara
เวลาทำการ : 9.00 – 21.00
วันหยุด : ไม่มี
การเดินทาง : เดิน 3 นาทีจากสถานี Kintetsu Nara / เดิน 10 นาทีจากสถานี JR Nara
เบอร์โทรศัพท์ : 0742-22-8039 / 0742-22-2986

12. Ayu Ryouri

 

 

รายการสุดท้ายที่จะมาแนะนำให้รู้จักกันนั้นบอกได้เลยว่าน่ารักมากทีเดียวค่ะ นั่นคือ “Ayu Ryouri” เป็นอาหารประจำฤดู เพราะทำจากปลาหวานธรรมชาติอันล้ำค่าที่จับได้จากแม่น้ำโยชิโนะค่ะ

ปลาหวานนี้แน่นอนว่าต้องอร่อยเหาะ และร้านที่จะแนะนำให้รู้จักนี้มีชื่อว่า Tsurubesushi Yasuke ซึ่งเป็นร้านซูชิดังที่ว่ากันว่าเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น เพราะเปิดให้บริการมาแล้วกว่า 800 ปี!! ดังนั้นวางใจเรื่องรสชาติได้เลย!

ตัวร้านมีกลิ่นอายประวัติศาสตร์เพราะคงรูปแบบดั้งเดิมเอาไว้ และยังมีวิวเป็นสวนสวยให้ได้ชมกันอย่างเพลิดเพลินขณะรับประทานซูชิแสนอร่อยด้วยค่ะ ส่วนรสชาติซูชิปลาหวานที่แสนอร่อยนี้เรายังสามารถซื้อกลับบ้านเป็นของฝากไปแชร์ความอร่อยให้กับเพื่อนหรือครอบครัวได้อีกด้วย

ร้าน Tsurubesushi Yasuke
ที่อยู่ : 533 Shimoichi Town, Yoshino District, Nara
เวลาทำการ : 11.30 – 18.30 (ต้องจอง)
วันหยุด : วันจันทร์
การเดินทาง : เดินทางด้วย Nara Kotsu Bus East สาย Kintetsu Yoshino สถานี Shimoichiguchi / สาย 221, 222 ที่มุ่งหน้าไปยัง Iwamori (Shimoichi Onsen) อยู่ที่ป้ายรถประจำทาง Shimoichi Honcho จากนั้นเดินไม่กี่นาทีก็จะถึงตัวร้านได้เลย
เบอร์โทรศัพท์ : 0747-52-0008

แนะนำกันไปหมดแล้วสำหรับอาหารขึ้นชื่อประจำจังหวัดนาระที่หากไปถึงแล้วต้องลองให้ได้! เพราะหากไปตามหาที่จังหวัดอื่นคงหาไม่เจอแน่นอนค่ะ ทั้งของคาว หวาน จนถึงของฝาก ที่นอกจากรสชาติจะอร่อยแล้วยังคัดสรรจากวัตถุดิบประจำท้องถิ่นจึงเรียกได้ว่าเป็นของประจำถิ่นที่ควรค่าแก่การลิ้มรสมากๆ เลย    สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

เมื่อสวนสนุกโทชิมะเอ็นปิดตัวลง จะเกิดอะไรขึ้นกับ “ม้าหมุน เอลโดราโด้”? เสียงสะท้อนความห่วงใยต่อ “ม้าหมุน” ที่เก่าแก่ที่สุด

เมื่อสวนสนุกโทชิมะเอ็นปิดตัวลง จะเกิดอะไรขึ้นกับ “ม้าหมุน เอลโดราโด้”? เสียงสะท้อนความห่วงใยต่อ “ม้าหมุน” ที่เก่าแก่ที่สุด

เมื่อสวนสนุกโทชิมะเอ็นปิดตัวลง จะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อสวนสนุกโทชิมะเอ็นปิดตัวลง จะเกิดอะไรขึ้น

สืบเนื่องจากบทความที่แล้ว เกี่ยวกับการพิจารณาการปิดตัวของสวนสนุกเก่าแก่ “สวนสนุกโทชิมะเอ็น” ที่ดำเนินกิจการโดย Seibu group นั้น นับเป็นข่าวที่สร้างความใจหายให้กับชาวญี่ปุ่นที่คุ้นเคยกับสวนสนุกแห่งนี้เลยทีเดียว โดยพื้นที่บางส่วนของสวนสนุกแห่งนี้จะถูกเนรมิตให้เป็นสวนสนุกใหม่ในธีมแฮร์รี่ พอตเตอร์ ควบคุมการดำเนินงานโดย วอร์เนอร์ บราเธอร์ส และมีกำหนดการจะเปิดให้บริการในปี 2023

เมื่อข่าวนี้ได้ถูกประกาศออกไป ทำให้มีการพูดถึงอย่างมากในโลกโซเซียล โดยเฉพาะ “ม้าหมุนที่เก่าแก่ของโลก” ซึ่งเป็นม้าหมุนที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 100 ปีที่แล้ว โดยที่ผ่านมาเจ้าม้าหมุนได้สร้างความสนุกสนานและความทรงจำดี ๆ ให้กับเด็ก ๆ มาอย่างยาวนาน จึงมีชาวญี่ปุ่นหลายคนเป็นห่วงว่าจะมีจัดการกับเครื่องเล่นเหล่านี้อย่างไร

เมื่อสวนสนุกโทชิมะเอ็นปิดตัวลง จะเกิดอะไรขึ้น

ข้อมูลจากเว็บไซต์ของสวนสนุกโทชิมะเอ็นได้ระบุว่า “ม้าหมุนเอลโดราโด้ ได้ถูกย่องยกในฐานะ มรดกแห่งเครื่องจักร อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลกที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี” ถูกสร้างขึ้นในปี 1907 โดยช่างฝีมือชาวเยอรมันที่มีนามว่า ฮิวโก้ แฮสเซอ ในตอนนั้นมันถูกเรียกว่า “Trottoir Roulant (แปลว่า ทางเดินเลื่อน)” ซึ่งได้เดินทางไปกับฮิวโก้ทุกที่ที่มีงานรื่นเริงทั่วยุโรป

หลังจากนั้น ในช่วงจังหวะที่สงครามในยุโรปเพิ่มขึ้น เจ้าม้าหมุนก็ถูกนำเข้ามาอยู่ในสวนสนุกนิวยอร์กในปี 1911 และที่นั่นมันถูกเรียกชื่อใหม่เป็น “เอลโดราโด้” ซึ่งแปลว่า นครทองคำ ในภาษาสเปน แต่ทว่าในปี 1964 สวนสนุกดังกล่าวต้องปิดตัวลง ต่อมา 4  ปีให้หลัง (ปี 1968)โทชิมะเอ็นก็ไปซื้อเจ้าม้าหมุนนี้เข้ามา

 

หลังจากที่ซื้อมาแล้ว ทางโทชิมะเอ็นก็ได้ซ่อมแซมบูรณะใหม่ให้เหมือนกับตอนที่มันถูกสร้างขึ้นแรก ๆ จนกระทั่งเดือนเมษายน ปี 1971 ทางโทชิมะเอ็นก็เปิดให้บริการเจ้าม้าหมุนนี้ให้มันกลับมาโลดแล่นอีกครั้ง ดังนั้นจึงถือว่า ม้าหมุนเอลโดราโด้ เป็นเครื่องเล่นเก่าแก่ที่อยู่คู่กับโทชิมะเอ็นมามากกว่า 50 ปี และยังเป็นประติมากรรมทำจากไม้และแกะสลักด้วยมือทั้งหมดด้วย

ในทวิตเตอร์ได้มีการพูดถึงม้าหมุนเอลโดราโด้อยู่ไม่น้อยว่ามันจะต้องถูกทำลายไปพร้อมกับสวนสนุกโทชิมะเอ็นหรือ?
“แล้วเอลโดราโด้ล่ะ? ม้าหมุนที่ให้ความรู้สึกที่เก่าแก่แบบนั้น”
“ขอให้เหลือเอลโดราโด้ไว้หน่อยเถอะ”
“ความจริงมันก็เข้ากับโลกของแฮร์รี่ พอตเตอร์อยู่นะ เหลือไว้ไม่ได้เหรอ?”
“อยากให้ดูแลให้ดีหน่อย เพราะว่าอาจจะถูกใช้ในละครหรือภาพยนตร์ก็ได้นะ”
นี่คือเสียงสะท้อนส่วนหนึ่งของผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่ได้กล่าวถึงม้าหมุนเอลโดราโด้

 

และเมื่อทางสื่อ J-town.net ได้เข้าไปสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ของ Seibu ทางเจ้าหน้าที่ได้กล่าวว่า

“ตอนนี้ยังไม่เป็นที่กำหนดแน่ชัดว่าจะปิดสวนสนุกหรือทำธีมพาร์คใหม่ เพราะฉะนั้นสำหรับม้าหมุนเอลโดราโด้ ทางเรายังไม่ได้ตัดสินว่าจะทำอย่างไรต่อไป” และนั่นหมายความว่ายังไม่มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้ในตอนนี้

เพราะฉะนั้น เราก็ต้องมาลุ้นต่อไปว่า เจ้าม้าหมุนเอลโดราโด้อายุนับร้อยปีนี้จะถูกจัดการอย่างไรต่อไป หากต้องลงเอยว่ามันจะถูกรื้อถอนไปพร้อมกับการปิดตัวลงของสวนสนุกละก็ หลาย ๆ คนคงเสียใจไม่น้อยเลยทีเดียว

สล็อตเว็บตรง

คนญี่ปุ่นเน้น “แคชเลส” ช่วงโควิด-19 จ่ายด้วยเงินสดลดลงมากกว่า 70%

คนญี่ปุ่นเน้น “แคชเลส” ช่วงโควิด-19 จ่ายด้วยเงินสดลดลงมากกว่า 70%

คนญี่ปุ่นเน้นแคชเลสช่วงโควิดเงินสดลด70%

คนญี่ปุ่นเน้นแคชเลสช่วงโควิดเงินสดลด70%

คนญี่ปุ่นเน้นแคชเลสช่วงโควิดเงินสดลด70%

ศูนย์วิจัย Mobile Marketing Data (MMD) ร่วมกับ COLOPL ของญี่ปุ่น ได้ทำการสำรวจ “วิธีชำระเงินที่เปลี่ยนแปลงเนื่องมาจากการระบาดของไวรัสโควิด-19” โดยสอบถามข้อมูลจากผู้ใช้สมาร์ทโฟนช่วงกลุ่มอายุ 18 ถึง 69 ปี ทั้งเพศชายและหญิง จำนวน 5,530 คน ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ทำให้ทราบผลสำรวจที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการใช้เงินของคนญี่ปุ่นในช่วงที่โควิด-19กำลังระบาดนี้

เมื่อเปรียบเทียบปริมาณการใช้จ่ายในช่วงปกติ กับปริมาณการใช้จ่ายช่วงที่มีการระบาดหนักใน 3 เดือนล่าสุดที่ผ่านมา


จากการสำรวจพบว่า การใช้จ่ายในทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็นเงินสด บัตรเครดิต การจ่ายด้วยคิวอาร์โค้ด บัตรเติมเงินแบบต่างๆ บัตรเดบิต กระเป๋าเงินบนมือถือ ลดลงทั้งหมด โดยเฉพาะบัตรโดยสารรถไฟ เช่น SUICA PASMO ที่เป็นระบบเติมเงิน เมื่อเอาบัตรแตะเครื่องตรงจุดชำระเงิน ยอดเงินจะตัดแบบเรียลไทม์นั้น สะดวกและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในญี่ปุ่น ก็ยังลดลงมากที่สุดเกือบ 7%

20.2% เปลี่ยนวิธีชำระเงิน


โดยผู้คนเลี่ยงจากวิธีชำระด้วยเงินสดมากที่สุด รองลงมาคือบัตรโดยสารรถไฟแบบเติมเงินไปเป็นการจ่ายด้วยคิวอาร์โค้ดและกระเป๋าเงินบนมือถือแทน

เหตุผลที่กลุ่มสำรวจให้ไว้

ทำไมถึงใช้เงินสดน้อยลง?

  • ไปซื้อของที่ร้านน้อยลง เปลี่ยนเป็นการซื้อออนไลน์แทน (เพศชาย อายุ 29 ปี)
  • เพราะไม่ได้ออกจากบ้าน (เพศชาย อายุ 41 ปี)
  • รายได้ลดลงเลยพยายามไม่ใช้เงิน (เพศชาย อายุ 38 ปี)
  • ไม่อยากจับเงินเพราะเสี่ยงติดเชื้อ (เพศหญิง 54 ปี)
  • เงินสดโดยเฉพาะเหรียญถูกผู้คนสัมผัสเยอะที่สุด สกปรกมาก (เพศหญิง 42 ปี)
  • ซื้อของออนไลน์มากขึ้นเลยชำระเงินแบบไม่ใช้เงินสดมากขึ้น (เพศหญิง 23 ปี)
  • ทำไมแคชเลสเพิ่มขึ้น?
  • เพราะเป็นไปได้ที่เชื้อโรคจะติดอยู่บนเงินสด (เพศชาย 22 ปี)
  • อยากลดโอกาสที่จะสัมผัสติดต่อกับคนในร้าน (เพศชาย 51 ปี)
  • ถ้าลดการรับเงินสดต่อจากคนอื่นมาแล้วจ่ายด้วยวิธีอื่น คิดว่าน่าจะหลีกเลี่ยงเชื้อไวรัสได้ (เพศชาย อายุ60 ปี)
  • ชำระเงินเสร็จเร็ว เวลาที่ใช้ในร้านสั้นลง (เพศหญิง 53 ปี)
  • ไม่ได้ออกไปข้างนอกซื้อของออนไลน์ด้วยบัตรเครดิตแทน เวลาไปร้านสะดวกซื้อก็จ่ายด้วยคิวอาร์โค้ดเพื่อลดการสัมผัสติดต่อกับคนในร้าน (เพศหญิง 47 ปี)

หากได้รับเงินเยียวยา 1 แสนเยน จะเอาไปทำอะไร?

จากกราฟด้านลนจะเห็นได้ว่า คนญี่ปุ่นกว่า 30.8% เลือกที่จะนำเงินเยียวยาที่ได้ไปซื้ออาหาร และ 27.5% เก็บเป็นเงินออม ช่างสมกับเป็นชาติที่พลเมืองมีเงินเก็บออมมากที่สุดในโลกจริงๆ เลยค่ะ UFABET เว็บตรง

ประกาศรางวัล 20 # (แฮชแท็ก) เทรนด์ทวิตเตอร์ญี่ปุ่นยอดเยี่ยม ประจำปี 2020

ประกาศรางวัล 20 # (แฮชแท็ก) เทรนด์ทวิตเตอร์ญี่ปุ่นยอดเยี่ยม ประจำปี 2020

ประกาศรางวัล 20แฮชแท็กเทรนด์ทวิตเตอร์ญี่ปุ่น

ประกาศรางวัล 20แฮชแท็กเทรนด์ทวิตเตอร์ญี่ปุ่น

ประกาศรางวัล 20แฮชแท็กเทรนด์ทวิตเตอร์ญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้มีการจัดงานประกาศรางวัล “# (แฮชแท็ก) เทรนด์ทวิตเตอร์ญี่ปุ่นยอดเยี่ยม ประจำปี 2020” (#Twitterトレンド大賞 2020) โดยวิเคราะห์ข้อมูลในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาจากกลุ่มผู้ใช้งานทวิตเตอร์ด้วยภาษาญี่ปุ่น ที่พูดคุยถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ จนกลายเป็นกระแสในโลกโซเชียลและ “ติดเทรนด์ทวิตเตอร์”

เรื่องที่ชาวทวิตเตอร์ญี่ปุ่นพูดถึงมากที่สุดประจำปี 2020

สำหรับรางวัล “#เทรนด์ทวิตเตอร์ญี่ปุ่นยอดเยี่ยม ประจำปี 2020” นี้ ได้มีการประกาศรายชื่อ “คีย์เวิร์ด” และ “แฮชแท็ก” ที่ชาวญี่ปุ่นทวิตพูดถึงมากที่สุดเป็นจำนวนทั้งหมด 20 อันดับ ดังนี้

อันดับที่ 20 ポケモン พูดคุยเกี่ยวกับมิวสิกวิดีโอเพลง “GOTCHA!” โปรเจกต์ที่ร่วมมือกันระหว่างการ์ตูน Pokémon และศิลปินวง BUMP OF CHICKEN (เทรนด์วันที่ 29 กันยายน)

อันดับที่ 19 #sailormoonredraw เป็นชาเลนจ์ที่ชาวทวิตเตอร์ออกมาวาดตัวการ์ตูนเซเลอร์มูนแบบใหม่ตามสไตล์ของตัวเอง (เทรนด์วันที่ 17 พฤษภาคม)

อันดับที่ 18 #東京都知事選 เกี่ยวกับการเชิญชวนให้ออกไปเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงโตเกียว (เทรนด์วันที่ 5 กรกฎาคม)

อันดับที่ 17 #半沢直樹 พูดคุยกับเกี่ยวกับละครเรื่อง Hanzawa Naoki season 2 (เทรนด์วันที่ 27 กันยายน)

ประกาศรางวัล 20แฮชแท็กเทรนด์ทวิตเตอร์ญี่ปุ่น

อันดับที่ 16 ハイキュー พูดคุยเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่อง ไฮคิว!! คู่ตบฟ้าประทาน (เทรนด์วันที่ 20 กรกฎาคม)

อันดับที่ 15 いのちの輝き “อิโนจิ โนะ คางะยากิ” เป็นเครื่องหมายสัญลักษณ์ของงานมหกรรมโลก หรือ Osaka-Kansai/Japan World Expo 2025 (เทรนด์วันที่ 25 สิงหาคม)

อันดับที่ 14 ツイステ เป็นคำย่อของชื่อเกมมือถือยอดนิยมจากดิสนีย์ “TWISTED WONDERLAND” (เทรนด์วันที่ 22 กรกฎาคม)

อันดับที่ 13 フリート พูดคุยเกี่ยวกับฟีเจอร์ “Fleets” ของทวิตเตอร์ (เทรนด์วันที่ 11 พฤศจิกายน)

อันดับที่ 12 #手越会見 พูดคุยเกี่ยวกับการจัดงานแถลงข่าวของ “เทโกชิ ยูยะ” อดีตไอดอลสมาชิกวง NEWS (เทรนด์วันที่ 23 มิถุนายน)

อันดับที่ 11 マスク2枚 พูดคุยเกี่ยวกับการแจกหน้ากากผ้าให้แก่ประชาชนญี่ปุ่นครอบครัวละ 2 ชิ้นของอดีตนายกรัฐมนตรีอาเบะ ชินโซ (เทรนด์วันที่ 1 เมษายน)

อันดับที่ 10 安倍総理 พูดคุยเกี่ยวกับการประกาศลาออกจากตำแหน่งด้วยเหตุผลเรื่องสุขภาพของอดีตนายกรัฐมนตรีอาเบะ ชินโซ (เทรนด์วันที่ 28 สิงหาคม)

อันดับที่ 9 センター試験 พูดคุยเกี่ยวกับระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของประเทศญี่ปุ่นที่จะถูกยกเลิก หลังบังคับใช้ระบบการสอบดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 1990 (เทรนด์วันที่ 18 มกราคม)

อันดับที่ 8 トランプ大統領 พูดคุยเกี่ยวกับประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 “โดนัลด์ ทรัมป์” ในการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่ผ่านมา (เทรนด์วันที่ 3 พฤศจิกายน)

อันดับที่ 7 ブルーインパルス พูดคุยเกี่ยว “Blue Impulse” ของกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น ที่แสดงการบิน Aerobatic Flying เพื่อขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ที่ต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในญี่ปุ่น (เทรนด์วันที่ 29 พฤษภาคม)

ประกาศรางวัล 20แฮชแท็กเทรนด์ทวิตเตอร์ญี่ปุ่น

อันดับที่ 6 どうぶつの森 พูดคุยเกี่ยวเกม “Animal Crossing” (เทรนด์วันที่ 20 มีนาคม)

อันดับที่ 5 鬼滅の刃 พูดคุยเกี่ยวการฉายวันแรกของภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ : ศึกรถไฟสู่นิรันดร์” (เทรนด์วันที่ 16 ตุลาคม)

อันดับที่ 4 100日後に死ぬワニ พูดคุยเกี่ยวการ์ตูนเรื่อง “100 Nichi Go ni Shinu Wani” การ์ตูน 4 ช่องที่ได้รับความนิยมในหมู่ชาวญี่ปุ่นอย่างมาก นำเสนอตอนที่ 100 เป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 20 มีนาคม (เทรนด์วันที่ 20 มีนาคม)

อันดับที่ 3 緊急事態宣言 พูดคุยเกี่ยวการประกาศภาวะฉุกเฉินในประเทศญี่ปุ่น (เทรนด์วันที่ 7 เมษายน)

อันดับที่ 2 #検察庁法改正案に抗議します พูดคุยเกี่ยวกับการคัดค้านการแก้ไขร่างกฎหมายสำนักงานอัยการของรัฐในประเทศญี่ปุ่น (เทรนด์วันที่ 10 พฤษภาคม)

อันดับที่ 1 コロナ(新型コロナ) พูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (เทรนด์วันที่ 27 กุมภาพันธ์)

รางวัล #เทรนด์ทวิตเตอร์ญี่ปุ่นยอดเยี่ยมสาขาต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังได้มีการมอบรางวัลให้ “#เทรนด์ทวิตเตอร์ญี่ปุ่นยอดเยี่ยม ประจำปี 2020” โดยแบ่งออกเป็นแต่ละสาขา ได้แก่

รางวัล #เทรนด์ทวิตเตอร์ญี่ปุ่นยอดเยี่ยม สาขาการ์ตูนอะนิเมะ: ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่: ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ (鬼滅劇場版) ภาพยนตร์การ์ตูนที่ทำรายได้อย่างมหาศาลในประเทศญี่ปุ่น ติดอันดับ 2 รายชื่อภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลในประเทศญี่ปุ่น และคาดว่าจะสามารถทำรายได้แซงหน้าอันดับ 1 อย่าง “มิติวิญญาณมหัศจรรย์ (Spirited Away)” ได้ในเร็ว ๆ นี้

รางวัล #เทรนด์ทวิตเตอร์ญี่ปุ่นยอดเยี่ยม สาขาเกม: #nintendoswitch
Nintendo Switch คือเครื่องเล่นเกมคอนโซลที่ผลิตและจัดจำหน่ายโดยบริษัท Nintendo ประเทศญี่ปุ่น และกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งหลังจากวางจำหน่ายเกมสุดฮิตประจำปี 2020 อย่าง “Animal Crossing” ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

รางวัล #เทรนด์ทวิตเตอร์ญี่ปุ่นยอดเยี่ยม สาขากีฬา: โอซากะ นาโอมิ (大坂なおみ)
นักเทนนิสหญิงมืออาชีพตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่น ในปีนี้เธอสามารถคว้าแชมป์การแข่งขันเทนนิสยูเอสโอเพน (U.S. Open) ได้เป็นสมัยที่ 2 อีกทั้ง เธอยังเป็นอีกหนึ่งเสียงสำคัญที่ออกมาต่อต้านการเหยียดผิวและความเหลื่อมล้ำทางสังคมอีกด้วย

รางวัล #เทรนด์ทวิตเตอร์ญี่ปุ่นยอดเยี่ยม สาขาข่าว: ละครเรื่อง Hanzawa Naoki season 2 (#半沢直樹)
ละครดังประจำปี 2020 ที่ถึงแม้จะเลื่อนกำหนดออกอากาศไปเนื่องจากผลกระทบของโควิด-19 แต่ยังเรียกเรตติ้งผู้ชมในตอนจบไปได้มากถึง 30%

รางวัล #เทรนด์ทวิตเตอร์ญี่ปุ่นยอดเยี่ยม ที่ถูก “รีทวิต” หรือถูก “ชื่นชอบ” มากที่สุด : การ์ตูนเรื่อง “100 Nichi Go ni Shinu Wani” ตอนที่ 100 การ์ตูน 4 ช่องที่ลงบทความบนทวิตเตอร์ โดยนักเขียนการ์ตูน “คิคุจิ ยูกิ” เล่าเรื่องราวชีวิตประจำวันของจระเข้ที่กำลังจะตายใน 100 วันหลังจากนี้ โดยในวันที่ 100 ตอนสุดท้ายของเรื่อง ได้มีผู้ใช้ทวิตเตอร์กด “รีทวิต” มากกว่า 670,000 ครั้ง และมีคนกด “ชื่นชอบ” มากกว่า 2 ล้านครั้งเลยทีเดียว


รางวัล #เทรนด์ทวิตเตอร์ญี่ปุ่นยอดเยี่ยม สาขาบัญชีผู้ใช้งานที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วที่สุด: เทโกชิ ยูยะ
หลังจากที่ “เทโกชิ ยูยะ” หมดสัญญากับอดีตต้นสังกัดอย่างบริษัทจอห์นนี่ส์ เขาก็ได้สร้างบัญชีทวิตเตอร์ขึ้นในเดือนมิถุนายน และมีผู้กดติดตามมากกว่า 1,200,000 คนภายในเวลาครึ่งปีเท่านั้น

รางวัล #เทรนด์ทวิตเตอร์ญี่ปุ่นยอดเยี่ยม รางวัลพิเศษที่คัดเลือกคณะกรรมการ: #StayHome
#StayHome เป็นแฮชแท็กยอดนิยมที่ได้รับรางวัลพิเศษที่คัดเลือกโดยคณะกรรมการ ผู้ใช้งานชาวญี่ปุ่นใช้แฮชแท็กดังกล่าวเพื่อแจ้งเตือนและแลกเปลี่ยนข่าวสาร ในช่วงที่ทุกคนต้องออกจากบ้านให้น้อยลงเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย